Category Archives: การสื่อสาร

dialogue,connect, rapport, non-verbal skill, secure attachment, team learning, team building, …

extra : oneness, wholeness, inter-being, …

สอนให้ฝึก ฝึกไม่สอน : Teaching How to Practice

ระหว่างที่ผมกำลังศึกษาเรื่อง “Facilitative Leader” ให้ครอบคลุมลงลึกมากขึ้นทั้งภาคปฏิบัติและทฤษฎี ก็พบเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ คิดว่าน่าสอดคล้องกับประสบการณ์ตรงของใครหลาย ๆ คน ซึ่งจะทำให้เข้าใจเรื่อง “Facilitative Leader” ในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วครับ เรื่องเล่านี้จะมีประโยชน์มาก ๆ กับผู้นำที่กำลังสนใจทักษะการสอนงานที่ทันสมัย รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ต้องการแนวคิด ในการสอนลูก ๆ หลาน ๆ ด้วยครับ เรื่องมีอยู่ว่า … ทุก ๆ ปี ครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง จะเดินทางไปพักผ่อนต่างอากาศที่ชายหาด มีเด็กผู้หญิงอายุ 5 ขวบ อยู่ 2 คน ในครอบครัวนี้ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เธอชื่อ ว่า Alexis และ Emily ครับ ก่อนที่ Alexis ลงเล่นน้ำที่ชายหาด แม่ของเธอจะสอนอยู่ 3 ข้อ หนึ่ง) ให้เล่นอยู่หน้า Lifeguard ไว้นะ […]

ออกรบสยบตนเอง : Fourfold Development

ขงจื้อ กล่าวว่า “ผู้ที่ชนะตนเองได้ คือ ที่สุดแห่งนักรบ” (He who conquers himself is the mightiest warrior.) ที่เป็นเช่นนั้นอาจเพราะ กระบวนการด้านในของชีวิตมนุษย์ มีความโกลาหล ซับซ้อน ลุ่มลึก ยิ่งกว่าสงครามใด ๆ ผมคิดไปถึงสิ่งที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เขียนไว้ในหนังสือ “บทนำสู่พุทธธรรม ชีวิตงาม สังคมดี ธรรมชาติเป็นรมณีย์” ท่านได้กล่าวถึงการพัฒนาชีวิตเอาไว้เป็น 4 ส่วน ได้แก่ กายภาวนา, ศีลภาวนา, จิตตภาวนา และ ปัญญาภาวนา ซึ่งท่านได้เทียบเคียงเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วยว่าคือ Physical Development, Social Development, Emotional Development และ Wisdom Development ตามลำดับ และ เรียกรวมกันเป็นภาษาอังกฤษว่า “Fourfold Development” ขอสรุปพร้อมอุปมาเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างกระชับในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้ครับ […]

เข้าถึงใจ : empathy

การเข้าถึงใจ (empathy) คือ ความสามารถในการรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น รวมถึงมุมมองที่เขามองสิ่งต่างๆ เป็นสมรรถนะสำคัญหนึ่งใน 12 สมรรถนะของผู้นำที่มีความฉลาดทางอารมณ์และสังคม (emotional and social competency inventory) และ เป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารจัดการความสัมพันธ์ (relationship management) การเข้าถึงใจ (empathy) สามารถแบ่งตามวงจรการทำงานของสมอง ได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ การเข้าถึงมุมมองความคิด (cognitive empathy) และ การเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก (emotional empathy) สมองกับการเข้าถึงใจ อินซูล่า (insula) เป็นพื้นที่หนึ่งในสมอง ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก (emotional empathy) มันทำให้เรารู้สึก ผ่านสัมผัสของร่างกายตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่ออินซูล่าของผู้อื่นทำงาน อินซูล่าของเราก็ทำงานด้วยเช่นกัน ฟิวซิฟอร์ม (fusiform) เป็นส่วนหนึ่งใน วิชวลคอร์เทกซ์ (visual cortex) มันช่วยแปลสัญญาณการมองเห็นของเรา จากสีหน้าแววตาผู้อื่น กลายเป็นการเข้าถึงใจทั้งการเข้าถึงมุมมองความคิด (cognitive empathy) และ การเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก […]

การฟังอย่างลึกซึ้ง : deep listening

การฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) คือ การฟังโดยไม่ตัดสินถูกผิดด้วยความคิดเห็นของเราเอง สามารถก้าวข้ามเสียงตัดสินเล็กๆ ในหัวของเรา (voice of judgement) โดยไม่ตอบสนองแบบทันทีทันใด (reacting) ขณะฟังไม่พูดแทรก และ ไม่จมจ่อมกับเสียงในหัวตัวเองอยู่อย่างนั้น (I-in-me) เพียงแค่ปล่อยผ่าน ห้อยแขวน (suspending) เสียงตัดสินที่เกิดขึ้นในหัวของเราได้ เราก็จะเริ่มเข้าสู่การฟังในมิติที่มีคุณภาพ ลึกซึ้งขึ้น แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้ 1. Open Mind ความสนใจใคร่รู้ (curiosity) ที่มากพอ จะทำให้เราเปิดความคิด (open mind) ไม่ตัดสินเปรียบเทียบกับชุดความคิดเดิมๆ เราก็จะเป็นอิสระจากเสียงตัดสินในหัว (voice of judgement) สามารถเข้าจับประเด็นที่เนื้อหาสาระที่ได้ฟัง (I-in-it) “ฉันไม่ตัดสิน ฉันสนใจอยากฟังสิ่งที่เธอพูด…” 2. Open Heart ความกรุณา (compassion) ที่มากพอ จะทำให้เราเปิดใจ (open mind) ข้ามพ้นเสียงเล็กๆ ที่เป็นเสียงแห่งอคติ […]

ศิลปะการพูดจูงใจ แบบ 3 มิติ : the art of persuasive speech

อริสโตเติล กล่าวว่า 3 ส่วนหลักของการจูงใจ ได้แก่ เหตุผล (logos/logic/mind), จริยธรรม (ethos/ethic/soul) และ อารมณ์ (pathos/emotion/heart) เมื่อนำรากศัพท์ภาษากรีกทั้ง 3 คำ ได้แก่ logos, ethos และ pathos มาใคร่ครวญหาความหมาย จึงเกิดเป็น ศิลปะการพูดจูงใจ แบบ 3 มิติ ดังนี้ มิติ 1. พูดได้บรรเจิด (Ideas) ผู้พูดรู้ว่าอะไรคือแก่นของการพูด สามารถสรุปแก่นของการพูดทั้งหมดออกมาได้เป็นหนึ่งประโยค หรือ เขียนออกมาเป็นแผนภาพง่ายๆได้ สามารถเลือกวิธีการอธิบายได้อย่างเหมาะสมตรงกับคนฟัง เช่น อาจใช้อุปมาอุปมัย (analogies) อ้างถึงข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูล ใช้การเล่าเรื่อง (story telling) ยกกรณีตัวอย่าง (case study) ทำให้คนฟังเกิดความเข้าใจ และ เชื่อในเหตุผลของผู้พูดได้ มิติ 2. พูดได้น่าเชื่อถือ (Credibility) ผู้พูดได้รับความไว้วางใจ […]

สี่สภาวะในวงสนทนา : generative dialogue

รวมแล้วแยก แยกแล้วรวม สี่สภาวะที่เกิดขึ้น ในวงสนทนา หนึ่ง) เริ่มต้นล้อมวง รวมตัว เริ่มต้นแนะนำตัวที่เป็นเปลือกนอก แบ่งปันความคิดเห็นในแบบสุภาพ เกรงใจ กลัวเสียงวิจารณ์ภายนอก (talking nice) สอง) เริ่มแยกตัวเองจากองค์รวม มีความคิดเห็นเป็นตัวของตัวเอง แสดงจุดยืน เลือกข้างตามเหตุผล ชุดข้อมูล ความคิด ที่เคยมีมาก่อน (talking tough) สาม) เริ่มกลับมาสำรวจตนเอง ได้ยินเสียงภายใน มีการชั่งใจ ตั้งคำถาม สืบค้น สะท้อนจากเสียงภายในของตัวเองต่อส่วนรวม (reflective dialogue) สี่) มีสติต่อเนื่องอยู่ในปัจจุบัน (presencing) เชื่อมโยงเห็นองค์รวม เกิดบทสนทนาที่ไหลเลื่อน (flow) เกิดปัญญากลุ่ม (collective wisdom) ที่สั่งสม เกื้อหนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แม้เพียงคิดในใจ ความคิดนั้นก็ล่วงรู้ถึงกันได้ ผ่านสนามแห่งปัญญา (generative dialogue)   นอกจากนี้ ความสามารถในการการรับรู้อารมณ์ความรู้สึก (empathy) ของตนเองและผู้อื่น อย่างซื่อตรงเป็นปัจจุบัน คือ […]

สนทนาสะท้อนปัญญา : run collective wisdom

สนทนาสะท้อนปัญญา แบ่งได้เป็น 2 แนวทาง แนวทางแรก คือ การสนทนาที่เน้นให้เกิดผลลัพธ์ (productive conversation) โดยมีวัตถุประสงค์วางไว้ล่วงหน้า เพื่อเน้นหาทางออกร่วมกัน อีกแนวทางหนึ่งก็คือ ไดอะล็อกแท้ (pure dialogue) เป็นการสนทนาโดยไม่มีหัวข้อตายตัว ให้เวลา รอคอยได้ ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการค้นพบทางปัญญาแบบฉับพลัน (intuition) ปัจจัยที่เกื้อหนุนการสนทนา สังฆะ หรือ ชุมชนที่อบอุ่นนั้นเกื้อหนุนการสนทนา ชุมชนที่ทุกคนมีพื้นที่ว่างภายในจิตใจ ให้ความเท่าเทียม ไว้ใจกันอย่างเต็มเปี่ยม มีความศรัทธา เชื่อมั่นในคุรุภายใน เคารพซึ่งกันและกัน มีบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน รู้สึกปลอดภัย เป็นครอบครัวเดียวกัน มีความผ่อนคลาย และ ความท้าทาย อยู่รวมกันอย่างพอเหมาะพอดี (flow state) ทักษะการฟังในวงสนทนา การฟังเริ่มต้นเมื่อผู้ฟังเปิดพื้นที่ว่างภายในใจ มีสมาธิในการฟัง อยู่กับความเงียบได้ หลอมรวมการฟังเป็นหนึ่งเดียวกับความเงียบ (listen = silent) การฟังเบื้องต้น คือ ความสามารถจับประเด็นได้ ขั้นต่อมา คือ ความสามารถในการรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูดด้วย การฟัง คือ ทักษะที่ต้องการการฝึกฝน เพื่อให้สามารถฟังได้ ด้วยใจที่เปิดกว้าง เป็นอิสระจากความอยากที่จะพูดแบบทันทีทันใด […]

เฝ้าสังเกต รับรู้ตามจริง : observation and evaluation

ปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารมีจำนวนมากมายมหาศาล และ ถูกแชร์ส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เราก็ช่วยกันรณรงค์ว่า อย่าแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ข้อมูลใดเป็นข้อมูลที่จริง ข้อมูลใดเป็นข้อมูลที่ไม่จริง แล้วเราจะใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างไร เทคนิคหนึ่งในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ก็คือ การแยกแยะว่า ข้อมูลนั้นเกิดจากการตีความ (evaluation) หรือ เกิดจากการสังเกต (observation) การตีความ (evaluation) จะประกอบด้วยการคาดเดา หรือ การตัดสินของผู้ส่งสารเข้ามาร่วมด้วย ลักษณะคำพูดที่เกิดจากการตีความ เช่น “คุณมาสายนะ” มักสร้างความรู้สึกไม่ดีนักต่อคนฟัง เช่น อาจรู้สึกเหมือนกำลังถูกต่อว่า การสังเกต (observation) คือ การระบุเวลา สถานที่ และ สภาพแวดล้อม ตามความเป็นจริง แทนที่จะพูดว่า “คุณมาสายนะ” ก็สามารถพูดแบบสังเกตตามจริงไปว่า “ตอนนี้ 7 โมง ฉันคิดว่าคุณจะมาถึงตอน 6 โมง” รวมถึงการพูดความคิดเห็นของตัวเองออกไปอย่างรับผิดชอบ เช่น พูดว่า “ฉันคิดว่า พวกเขาจะชนะในการแข่งขัน” นี่ก็ถือว่าเป็นการพูดจากการสังเกตตามจริง เพราะคำพูดเกิดจาก การสังเกตความคิด ความรู้สึกของตัวเอง ในชีวิตประจำวันนั้น เราจำเป็นต้องสื่อสารทั้งแบบสังเกต (observation) และ แบบตีความ (evaluation) […]

รักแท้ ติช นัท ฮันห์ : true love

❤️ ประการที่หนึ่ง เข้าใจ : เมื่อเราสามารถให้เวลา อย่างตั้งใจ ในการเฝ้าสังเกตอย่างลึกซึ้ง สัมผัสถึงความรู้สึกที่แท้จริงของคนรักได้ เราจึงสามารถเข้าถึงใจ สามารถทำให้คนที่รักมีความสุขได้อย่างแท้จริง ความสุขอาจไม่ใช่เพียงเกิดจากการเป็นคนที่ถูกรัก แต่เป็นความสุขจากการที่ทำให้คนรักมีความสุขด้วย ❤️ ประการที่สอง ช่วยเหลือ : ความรู้สึกหวังดีอาจไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องแสดงออกว่ารักด้วย ความรู้ และ ความเข้าใจ ที่สำคัญในการฝึกฝนเพื่อช่วยเหลือคนที่รัก ให้เกิดการแปรเปลี่ยน พ้นจากสภาวะที่เป็นทุกข์ ก็คือ การฝึกฝนกำลังสติของเราเอง ❤️ ประการที่สาม มีความสุข : หากไม่มีความสุขในรัก หากทนทุกข์ ร้องไห้กับความรักอยู่เสมอ หรือ ทำให้คนรักร้องไห้อยู่เสมอ นั่นไม่ใช่รักที่แท้ รักที่แท้ ให้ความสุข ความเบิกบานกับผู้ที่มีความรัก เมื่อรู้สึกเบิกบานในความรัก นั่นคือ รักที่แท้ ❤️ ประการที่สี่ มีที่ว่าง : รักที่แท้ช่วยนำอิสรภาพมาให้แก่คนที่รัก ไม่ใช่แต่เพียงภายนอกจิตใจ แต่หมายความรวมถึงอิสรภาพภายในจิตใจของคนที่เรารักด้วย เมื่อเรามีพื้นที่ว่างในหัวใจ มีพื้นที่ให้คนที่รักมีอิสระ นั่นจึงคือ รักที่แท้ จับประเด็นจาก ส่วนหนึ่งในหนังสือ […]

คุรุภายใน และ ความย้อนแย้ง : inner teacher and paradox

การดำรงอยู่เพื่อคนตรงหน้า อย่างมีคุณภาพ (quality of time) เกื้อหนุนให้เกิดการเติบโตทางจิตวิญญาณร่วมกัน ตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานว่า ทุกคนมีคุรุภายใน (inner teacher) คุรุภายในของทุกคนมีลักษณะที่ขี้อาย (shy soul) คุรุจะปรากฏ ก็ต่อเมื่อ ไม่ถูกกดทับ ด้วยคำพูดที่กดข่ม ได้แก่ คำพูดด้วยท่าทีการสั่ง การสอน การตัดพ้อ การสอบสวน การกดข่ม การดูถูก การเหนือกว่า การเฉไฉ การละเลย รวมถึงการเห็นใจ ซึ่งคำพูดในลักษณะดังกล่าวมา มักจะเกิดจากการคิดวิเคราะห์ ปรุงแต่ง ปะปนความเห็นส่วนตัว ด้วยไม่ศรัทธา ไม่ไว้วางใจอย่างแท้จริงในคุรุภายในตัวผู้อื่น การเติบโตภายใน (inner work) จะเกิดขึ้นจากท่าทีเชื้อเชิญ ไม่ใช่การบังคับ ควบคุม ลักษณะถ้อยคำที่จะเกื้อหนุนให้เกิดคุรุภายใน (inner teacher) คือ คำถามที่จริงใจ สั้นกระชับ ใช้คำถามปลายเปิด โดยไม่รีบเร่งเอาคำตอบ ไม่กะเกณฑ์คาดหวังผลคำตอบล่วงหน้า “คุณกำลังรู้สึกอย่างไร?” นอกจากนี้ การดำรงอยู่ในวงสนทนาได้อย่างซื่อตรง คือ การสัมผัสถึงความรู้สึกของตนเองได้อย่างซื่อตรง แล้วบอกเล่าออกมา โดยไม่ปรุงด้วยความคิดจินตนาการ ใช้คำพูดและคำถามที่มุ่งขยายผลสู่ด้านใน […]